นายฉัฐมงคล  อังคสกุลเกียรติ
นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ (
mayorssk@musisaket.go.th)
 


 


ชื่อ     นายฉัฐมงคล   อังคสกุลเกียรติ
เกิดเมื่อวันที่  5  ธันวาคม  พ.ศ.  2498   เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน  3 3399 00123 991
อายุ    55  ปี  อาชีพ  นักการเมือง    ตำแหน่ง  นายกเทศมนตรี
หน่วยงานที่สังกัด    เทศบาลเมืองศรีสะเกษ
ที่อยู่    บ้านเลขที่  118/9  ถนนศรีสะเกษ – กันทรลักษ์    ตำบลหนองครก  อำเภอเมือง 
จังหวัดศรีสะเกษรหัสไปรษณีย์  33000
โทรศัพท์  045-611909  โทรสาร  045-611909  โทรศัพท์เคลื่อนที่  081-8770303
ที่อยู่
    (ที่ทำงาน) ชื่อหน่วยงาน  สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ
เลขที่ 987/39  ถนนขุขันธ์  ตำบลเมืองใต้  อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ รหัสไปรษณีย์ 33000 
โทรศัพท์  045-620211-4  โทรสาร  045-620666
โทรศัพท์เคลื่อนที่ 087-7795510 (email:mayorssk@musisaket.go.th) www.musisaket.go.th

สถานที่ซึ่งติดต่อได้สะดวก
สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ 987/39  ถนนขุขันธ์  ตำบลเมืองใต้  อำเภอเมือง   
จังหวัดศรีสะเกษ   รหัสไปรษณีย์ 33000  โทรศัพท์  045-620777 
โทรสาร  045-620666 โทรศัพท์เคลื่อนที่
   081-9555603


 

ประวัติการศึกษา / อบรม

-
ระดับปริญญาตรี  สาขาเศรษฐศาสตร์  จากสถาบันราชภัฎสุรินทร์ 
เมื่อพ.ศ.  2537
-
ระดับปริญญาโท  ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต  สาขารัฐศาสตร์  จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง  เมื่อ  พ.ศ.  2544

-สำเร็จการอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง  ที่สถาบันพระปกเกล้า  เมื่อเดือนกรกฎาคม   2547  -  มีนาคม  2548
-
สำเร็จการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรการพัฒนาเมืองสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น  ที่สถาบันพระปกเกล้า  เมื่อเดือนกรกฎาคม  2548
-สำเร็จการอบรมหลักสูตรการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย 
สำหรับนักบริหารระดับสูง  รุ่นที่  12  ณ  สถาบันพระปกเกล้า ระหว่างเดือนกรกฎาคม  2551  -  กุมภาพันธ์  2552
-
ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาการปกครองท้องถิ่น  จากมหาลัยราชภัฎศรีสะเกษ  พ.ศ.   2552
-
สำเร็จการอบรม  หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง ( พตส) รุ่นที่  2  ประจำปีการศึกษา  ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

 

ระวัติการทำงาน 
ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
-
ครั้งแรกตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาล    เทศบาลเมืองศรีสะเกษ  พ.ศ.2523
-ปี พ.ศ.2526  ดำรงตำแหน่ง  นายกเทศมนตรี  จนถึงปัจจุบัน 
8  สมัย 
-ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง  นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ


ผลงานดีเด่นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศในรอบ  5  ปี  ที่ผ่านมาจนถึงปัจุบันและอนาคตต่อไปนอนาคต
ดำรงตำแหน่งทางสังคม
-ประธานมูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน
-ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดศรีสะเกษ
-นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย
-ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ
-ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ
-ประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจจังหวัดศรีสะเกษ
-กรรมการประจำสถาบันราชภัฎศรีสะเกษ
-ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบการบำบัดทุกข์บำรุงสุขและการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน โดยคณะกรรมาธิการปกครอง  วุฒิสภา  เมื่อวันที่  30  เมษายน  2552
-ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
และติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภาเมื่อวันที่  2  กรกฎาคม  2552

-กรรมการที่ปรึกษาโรงเรียนปกครองท้องที่ประจำจังหวัดศรีสะเกษ

-
คณะทำงานเครือข่ายศูนย์พัฒนาอำนวยความเป็นธรรมระดับอำเภอ

ผลงานดีเด่นที่ภาคภูมิใจ

-ขยายเขตเทศบาลในปี  2530  จากเดิมพื้นที่  3.26  ตารางกิโลเมตร  เป็น  36.66  ตารางกิโลเมตร

-ก่อสร้างปรับปรุงตลาดสด,  ตลาดโต้รุ่ง
-ก่อสร้างปรับปรุงสวนสาธารณะ  เช่น  สวนสาธารณะหนองอุทัย, สวนราชสักการะ,  สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 2  ข้างทางรถไฟ, 
สวนสาธารณะหนองแคน

-ก่อสร้างปรับปรุงและพัฒนาระบบการบริหารจัดการระบบขยะมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาล  ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ 
SAPI  ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งมีพื้นที่ 
ประมาณ  200  ไร่  ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองครก   อ.เมืองศรีสะเกษ

-
ศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย
-ผลักดันเทศบาลเมืองศรีสะเกษเข้าร่วมโครงการการจัดการพัฒนาเมือง   โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมัน ผ่านองค์การความร่วมมือทางวิชาการแห่งเยอรมัน (GTZ) คือ  สวนสาธารณะศรีนครลำดวน  บริเวณหน้าเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ
-ก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร  ไม่ใช้งบประมาณของเทศบาล  จำนวน  40  ล้านบาทเศษ
-ก่อสร้างลานกีฬาต้านยาเสพติดตามชุมชนต่าง ๆ
-ก่อสร้างศูนย์ประสานการท่องเที่ยวอีสานใต้  (บริเวณห้วยน้ำคำ)

-
เข้าร่วมโครงการบ้านเมืองพี่เมืองน้องกับเทศบาลคิตะคิวชิว  ประเทศญี่ปุ่น
-ก่อตั้งโครงการธนาคารขยะ  ของโรงเรียนเทศบาล  1, 2, 3

-เป็นผู้นำในการก่อตั้งโรงเรียนในสังกัดเทศบาล  ซึ่งเดิมมีเพียงโรงเรียนเดียว  เพิ่มขึ้นอีก  2  โรงเรียน  คือ  โรงเรียนเทศบาล 2
“รัชมังคลานุสรณ์”  และโรงเรียนเทศบาล  3  “เฉลิมพระเกียรติ  72  พรรษา”,  พ.ศ.2549  รับโรงเรียนถ่ายโอน  2  โรงเรียน  คือ  โรงเรียนเทศบาล 4  “โนนสำนักมิตรภาพ  121”  และโรงเรียนเทศบาล  5  “หนองยาง  หนองม่วง”  ,  พ.ศ.2551  รับโรงเรียนถ่ายโอนอีก  2  โรงเรียน  คือ  โรงเรียนเทศบาล 6  “มิ่งเมือง”  และโรงเรียนเทศบาล 7  “หนองตะมะพันทาโนนกอง (ธนาคารกรุงเทพ 2)”

-เป็นผู้นำในการก่อตั้งศูนย์บริการสาธารณสุข  ซึ่งเดิมมีเพียงแห่งเดียว  เพิ่มขึ้นอีก  5 แห่ง
-สร้างปอดให้กับเมืองศรีสะเกษ  คือ  สวนสาธารณะ  จำนวน  6  แห่ง
               -สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เฉลิมพระชนมพรรษา  80  พรรษา  ( เกาะกลางน้ำ )
               -สวนราชสักการะ
               -สวนสาธารณะหนองอุทัย
               -สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ  2  ข้างทางรถไฟ

               -สวนสาธารณะมารีหนองแคน
               -สวนสาธารณะศรีนครลำดวน

              -เป็นผู้นำในการจัดทำสวนเล็กในเมือง  เป็นการทำสวนดอกไม้  สวนพืชผักสวนครัว, สวนสมุนไพร  บริเวณที่ว่างระหว่างทางทางเท้าและสิ่งก่อสร้าง  ตามแนวถนนเพื่อเป็นการเพิ่มทัศนียภาพที่สวยงามของถนน  และลดการทิ้งขยะของทางเท้า  ทุกถนนภายในเขตเทศบาล

 

รางวัลที่ได้รับ
-ได้รับรางวัลสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศด้านความโปร่งใส 
และการมีส่วนร่วมของประชาชน  ประจำปี  2548  จากสถาบันพระปกเกล้า
-ได้รับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี  ประจำปี  2548 
จากกระทรวงมหาดไทย
-ได้รับรางวัลชมเชย  โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนประเภทที่สาธารณะดีเด่น 
 ปี  2548  จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

-ได้รับประกาศนียบัตรตลาดสดเทศบาล 1   ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 
“ตลาดดีมีมาตรฐาน” 
 ปี  2548  จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
-
ได้รับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี  ประจำปี  2549
  จากกระทรวงมหาดไทย
-
ได้รับประกาศนียบัตรตลาดสดเทศบาล 2  ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน  “ตลาดดีมีมาตรฐาน” 
 ปี  2549  จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
-
ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล  ISO  14001  จากสถาบันรับรองมาตรฐานสากล 
MASCI  ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
-
ได้รับรางวัล  “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ  ประจำปี  2551”  เมื่อวันที่  5  ธันวาคม  2551
 
จากสมาคม     ผู้อาสาสมัครและช่วยเหลือการศึกษา

-ได้รับรางวัล “เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน  ปี พ.ศ.2550”  เมื่อวันที่  20  มกราคม  2552
  จากสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน  กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

            เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน

-จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย          ( จ.ม. )                   5  ธันวาคม  2534

-จัตุถาภรณ์ช้างเผือก             ( จ.ช. )                   5  ธันวาคม  2537

-ตริตราภรณ์มงกุฎไทย           ( ต.ม. )                  5  ธันวาคม  2542

-ตริตราภรณ์ช้างเผือก            ( ต.ช. )                  5  ธันวาคม  2549

งานที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต

โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์ศิลปะอารยธรรมสี่เผ่าไทยและหอคอยชมทัศนียภาพเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา  7  รอบ
เนื่องในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงเจริญพระชนมายุครบ 84  พรรษา  ในวันที่  5  ธันวาคม  2554  เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ  
 แสดงความกตัญญูกตเวที  แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เทศบาลเมืองศรีสะเกษ
และเพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าศิลป วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศให้เดินทางมา
ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ  และสามารถเดินทางข้ามด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้าสู่นครวัดนครธม และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ
จังหวัดศรีสะเกษให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน เป็นการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น  
ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข
  ชุมชนเข้มแข็ง  และก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี

การก่อสร้างอาคารศูนย์ศิลปะอารยธรรมสี่เผ่าไทยและหอคอยชมทัศนียภาพ  เป็นอาคาร  ค.ส.ล.  16  ชั้น  ( รวมชั้นที่เป็นจุดชมวิว )  ความสูงยอดหลังคา  84  เมตร  พื้นที่ใช้สอยอาคารรวม  3,515  ตารางเมตรโดยแบ่งเป็นส่วน  ดังนี้

1.   ส่วนจัดนิทรรศการ  ได้แก่  แนะนำเมืองศรีสะเกษ  ประวัติศาสตร์  วัฒนธรรมโบราณ  การตั้งบ้านเมือง  วิถีชีวิตชุมชนสี่เผ่าไทย  สถาปัตยกรรม 
 และศิลปหัตถกรรมของจังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน  โครงการพัฒนาเมืองสำหรับอนาคต  พื้นที่ประมาณ  1,230  ตารางเมตร

2.     อุทยานเพื่อการเรียนรู้  พร้อมทั้งห้องสมุดอิเล็คโทรนิกส์พื้นที่ประมาณ  765 ตารางเมตร

3.     จุดชมวิว  ชมทัศนียภาพของจังหวัดศรีสะเกษ  พื้นที่ประมาณ  289  ตารางเมตร

4.     ส่วนประกอบอื่น ๆ  เช่น  ห้องรับรอง  ห้องประชุมย่อย  ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก  ห้องสุขา

งบประมาณทั้งสิ้น  100,000,000  บาท  ( หนึ่งร้อยล้านบาท )

 

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1.     เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ  5  ธันวาคม  2554

2.     เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ   ตามยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของจังหวัดศรีสะเกษ

3.     เพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นประจำท้องถิ่น

4.     เพื่อก่อสร้างอาคารแสดงการจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนพื้นเมือง  4 เผ่าไทยโบราณของจังหวัดศรีสะเกษ

            5.    เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมอารยธรรมขอมโบราณให้คงอยู่และสืบทอดต่อไป

            6.    เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม  ก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี

            7.    เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวให้เกิดรายได้แก่จังหวัดและกระจายสู่ชุมชนผลที่คาดว่าจะได้รับ

8.    ใช้เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น  เพื่อให้สามารถคงเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นให้คงอยู่สืบไป

9.     ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ ตามยุทธศาสตร์ และวิสัยทัศน์ของจังหวัดศรีสะเกษ

10.   อาคารแสดงจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนพื้นเมือง 4 เผ่าไทย โบราณของจังหวัดศรีสะเกษ

            11.   สืบสานศิลปวัฒนธรรมอารยธรรมขอมโบราณให้คงอยู่และสืบทอดต่อไป

            12.   พัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวให้เกิดรายได้แก่จังหวัดและกระจายสู่ชุมชน

            13.   เกิดการพัฒนาพื้นที่ที่เป็นไปอย่างมีระเบียบสวยงาม และสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างสมประโยชน์คุ้มค่าและยั่งยืน

 

โครงการก่อสร้างอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองศรีสะเกษ

โครงการก่อสร้างอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เฉลิมพระชนมพรรษา  80  พรรษา  (เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ)  เพื่อให้เป็นอุทยานแห่งการเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา ที่มีความหลากหลายในตัวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ โดยเน้นคุณภาพ ความน่าสนใจ ความตื่นเต้น  ตื่นตาตื่นใจ  สวยงาม และคุณค่าแก่การเรียนรู้   ตอบสนองความต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกห้องเรียนให้แก่เยาวชน  นักเรียน  นิสิต  นักศึกษา  และประชาชนทั่วไป   โดยใช้งบประมาณค่าก่อสร้างทั้งสิ้น  119,700,000  บาท

โดยมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการก่อสร้างดังนี้

1.  เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับเยาวชน  นักเรียน  นักศึกษา  และประชาชนทั่วไป 

2.  เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ  

3.  อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจะเน้นคุณภาพของความรู้ที่จะได้รับ ความเพลิดเพลินและความน่าสนใจในการเข้าชม 

4.  เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ  เพิ่มเติม  ความน่าสนใจในการเรียนรู้และกิจกรรมภายใน

5.  อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจะช่วยอนุรักษ์พันธุ์ปลาที่หายาก  โดยจะทำการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตต่อไป

6.  มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มเยาวชน  นักเรียน  นิสิต  นักศึกษา  และนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน

7.  ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าชมและผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้

8.  สามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงและจากประเทศเพื่อนบ้าน

 

โครงการจัดตั้งศูนย์สงเคราะห์คนชรา  เทศบาลเมืองศรีสะเกษ  ประจำปีงบประมาณ  2553

          ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเหมือนสังคมตะวันตก  ครอบครัวเดียว  ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสังคม  จนลืมไปว่าสังคมไทยมีความเอื้ออาทรต่อบุพการี
หรือผู้ให้กำเนิดจึงเกิดช่องว่าระหว่างวัยทำให้เกิดการถูกทอดทิ้ง  ไม่ดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร  ปล่อยให้อยู่บ้านตามลำพัง  หรือต้องรับภาระในการเลี้ยงดูหลานที่พ่อแม่
ได้ทิ้งไว้ไปประกอบอาชีพอื่น  เพื่อลดปัญหาดังกล่าว  เทศบาลเมืองศรีสะเกษจึงเล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุที่เป็นปูชนียบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อครอบครัว
ชุมชนสังคม  และประเทศชาติ  ให้ได้รับการดูแลเอาใจใส่  มีการบริการสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น ๆ
ในสังคมได้อย่างสงบสุขและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  เพื่อสอดคล้องตามพระราชบัญญัติเทศบาล  พ.ศ.  2496 ( แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่  12  พ.ศ.  2542 ) 
 และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ.  2542 
ภายใต้กรอบของบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

วัตถุประสงค์และผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.     เพื่อให้มีศูนย์สงเคราะห์คนชรา  ที่เป็นสถานที่จัดบริการทางสังคมแก่ผู้สูงอายุอย่างครอบคลุม

2.     เพื่อเป็นศูนย์การศึกษา  เรียนรู้  และเผยแพร่  ข้อมูลข่าวสาร  กิจการของศูนย์

3.     เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาเดือดร้อนทุกข์ยากได้รับการดูแลเอาใจใส่จากศูนย์และสังคม

4.     เพื่อเป็นแหล่งส่งเสริมคุณภาพชีวิต  จิตใจ  สังคม  อารมณ์ของผู้สูงอายุให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

5.     เพื่อให้เป็นศูนย์การมีส่วนร่วม  ระหว่างผู้สูงอายุครอบครัวชุมชนสังคม  ภาครัฐเอกชน  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

6.     เพื่อให้เกิดเป็นสังคมที่เข้มแข็ง  พึ่งพาตนเองได้